ตรวจเอชไอวีมีกี่แบบ คำตอบที่ใช้ได้จริงคือมีสามแนวทางหลักตามสิ่งที่การตรวจนั้นมองหา ได้แก่ การตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น การตรวจที่มองหาทั้งภูมิคุ้มกันและชิ้นส่วนของไวรัสไปพร้อมกัน และการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง ทั้งสามแบบบอกเรื่องเดียวกันคือมีเชื้อหรือไม่ แต่ตรวจพบได้เร็วช้าไม่เท่ากันและใช้ในสถานการณ์ต่างกัน หน้านี้เทียบให้เห็นว่าแต่ละแบบต่างกันตรงไหน เพื่อให้คุยกับจุดบริการได้ตรงเรื่อง
ตรวจเอชไอวีมีกี่แบบ และแต่ละแบบมองหาอะไร
องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าการตรวจเอชไอวีในระบบบริการแบ่งตามสิ่งที่วิธีนั้นตรวจจับ ไม่ใช่แบ่งตามชื่อยี่ห้อหรือราคา การรู้ว่าจุดบริการใช้วิธีไหนจึงสำคัญกว่าการรู้ชื่อเครื่องมือ เพราะวิธีที่ใช้เป็นตัวกำหนดว่าผลครั้งนั้นครอบคลุมเหตุที่เพิ่งเกิดหรือยัง
| แนวทางการตรวจ | สิ่งที่วิธีนั้นมองหา | ที่มักพบวิธีนี้ |
|---|---|---|
| ตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ | สิ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังได้รับเชื้อ | ชุดตรวจแบบรู้ผลเร็วและชุดตรวจด้วยตนเอง |
| ตรวจหาภูมิคุ้มกันร่วมกับชิ้นส่วนของไวรัส | ทั้งภูมิคุ้มกันและโปรตีนของไวรัส | ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลและคลินิกสุขภาพทางเพศ |
| ตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส | ตัวสารพันธุกรรมของไวรัสในเลือด | ใช้เป็นบริการเสริมหรือใช้ในกรณีที่ต้องการความไวสูงเป็นพิเศษ |
สองแบบแรกเป็นการตรวจที่คนทั่วไปได้รับบ่อยที่สุดเมื่อเดินเข้าไปขอตรวจ ส่วนแบบที่สามมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและไม่ได้มีทุกที่ จุดบริการจะพิจารณาเสนอให้ตามประวัติที่ได้รับ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้รับบริการเลือกเองจากความอยากได้ผลเร็ว สิ่งที่ขอได้เสมอคือขอให้เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ตรวจด้วยวิธีใด และผลที่ได้ครอบคลุมช่วงเวลาไหน เพราะสองข้อนี้เป็นข้อมูลที่ใช้วางแผนตรวจรอบถัดไป
แบบไหนตรวจพบได้เร็วกว่า
โดยหลักการ วิธีที่มองหาตัวไวรัสหรือชิ้นส่วนของไวรัสจะตรวจพบได้เร็วกว่าวิธีที่รอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาก่อน ช่วงที่ร่างกายได้รับเชื้อแล้วแต่การตรวจยังไม่พบ เรียกกันว่าระยะตรวจไม่พบหรือระยะฟักตัวของการตรวจ ซึ่งยาวไม่เท่ากันในแต่ละวิธี
เรื่องที่อยากให้ระวังคือการเอาจำนวนวันที่เห็นในอินเทอร์เน็ตมาใช้กับตัวเองโดยไม่ถามว่าจุดบริการใช้วิธีไหน ตัวเลขเหล่านั้นมาจากวิธีตรวจคนละแบบและคนละรุ่น การนับวันผิดทำให้บางคนตรวจเร็วเกินไปแล้วเชื่อผลลบนั้นเกินจริง สิ่งที่ควรทำคือบอกวันที่เกิดเหตุที่กังวล แล้วถามสองคำถามคือวันนี้ตรวจด้วยวิธีอะไร และต้องกลับมาตรวจซ้ำเมื่อไร อ่านเรื่องช่วงเวลานี้ให้ละเอียดได้ที่ ระยะฟักตัว (Window period) มีความสำคัญอย่างไร
ถ้าเหตุที่กังวลเพิ่งเกิดและยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง เรื่องที่ต้องรีบคือการติดต่อสถานพยาบาลเพื่อประเมินยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ไม่ใช่การรีบหาวิธีตรวจที่ไวที่สุด เพราะผลตรวจในวันนั้นบอกสถานะก่อนเหตุล่าสุด ไม่ได้บอกผลของเหตุที่เพิ่งเกิด

ตรวจคัดกรองกับตรวจยืนยัน ไม่ใช่ขั้นเดียวกัน
ทุกแนวทางข้างต้นเป็นการตรวจคัดกรองในขั้นแรก ถ้าผลออกมาว่ามีปฏิกิริยา ระบบบริการจะเข้าสู่ขั้นตรวจยืนยันตามแนวทางของประเทศ ซึ่งใช้การตรวจมากกว่าหนึ่งอย่างประกอบกัน ขั้นนี้เป็นงานของห้องปฏิบัติการและผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรม ไม่ใช่การซื้อชุดตรวจอีกยี่ห้อมาตรวจเทียบกันเอง
ขั้นตอนในวันที่ไปตรวจที่สถานพยาบาลของรัฐส่วนใหญ่ไม่ซับซ้อน
- แจ้งเจ้าหน้าที่ที่จุดบริการว่าต้องการตรวจเอชไอวี
- รับคำปรึกษาก่อนตรวจ และบอกวันที่เกิดเหตุที่กังวลตามจริง
- เก็บตัวอย่างตามวิธีที่จุดบริการนั้นใช้
- รับฟังผลพร้อมคำอธิบาย และรับวันนัดตรวจซ้ำถ้ามี
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่าคนไทยใช้สิทธิตรวจเอชไอวีที่สถานพยาบาลของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายปีละสองครั้ง รายละเอียดและเอกสารที่ต้องใช้อาจต่างกันในแต่ละพื้นที่ จึงควรโทรถามจุดบริการก่อนเดินทาง และการตรวจต้องเกิดจากความสมัครใจและเป็นความลับเสมอ
ชุดตรวจด้วยตนเองนับเป็นแบบไหน
ชุดตรวจด้วยตนเองที่ขายในร้านยาเป็นการตรวจคัดกรองแบบมองหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ มีทั้งแบบเก็บสารน้ำในช่องปากและแบบเจาะเลือดปลายนิ้ว ข้อดีคือทำได้ในพื้นที่ส่วนตัว ข้อจำกัดคือถ้าขึ้นผลมีปฏิกิริยาต้องไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลอยู่ดี และต้องอ่านผลภายในเวลาที่ฉลากกำหนด ไม่ใช่อ่านเร็วหรือช้ากว่านั้น
คนที่ทราบว่ามีเชื้อเอชไอวีและกำลังรับยาต้านไวรัสไม่ควรใช้ชุดตรวจแบบนี้ดูว่ายาได้ผลหรือไม่ เพราะชุดตรวจคัดกรองไม่ได้วัดปริมาณไวรัส การติดตามผลการรักษาใช้การตรวจปริมาณไวรัสตามนัดของคลินิก
อีกกลุ่มที่มีรอบตรวจชัดเจนของตัวเองคือผู้ที่ใช้ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อหรือเพร็พ ซึ่งมีการตรวจก่อนเริ่ม ตรวจระหว่างใช้ และตรวจหลังหยุดยา รายละเอียดรอบตรวจของกลุ่มนี้อยู่ในบทความ การตรวจเอชไอวี ก่อน-หลัง กินเพร็พ ของเว็บนี้ ส่วนภาพรวมการเลือกวิธีตรวจฉบับมูลนิธิอ่านได้ที่ ตรวจ HIV เมื่อไหร่ดี และควรเลือกการตรวจแบบไหน?

จุดบริการแต่ละแบบมักใช้วิธีไหน
วิธีตรวจที่ได้รับไม่ได้ขึ้นกับความอยากของผู้รับบริการเท่านั้น แต่ขึ้นกับว่าที่นั้นมีเครื่องมืออะไรและส่งตัวอย่างต่อได้แค่ไหน การรู้ภาพนี้ไว้ก่อนช่วยให้เลือกที่ตรวจได้เหมาะกับเรื่องของตัวเอง
- โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน มักใช้การตรวจที่ส่งเข้าห้องปฏิบัติการ และเป็นที่ที่ทำการตรวจยืนยันต่อได้ในระบบเดียวกัน
- คลินิกนิรนามและคลินิกสุขภาพทางเพศ มักมีทั้งการตรวจแบบรู้ผลเร็วและการส่งห้องปฏิบัติการ พร้อมบริการให้คำปรึกษาที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้
- จุดบริการของชุมชนและหน่วยเคลื่อนที่ มักใช้การตรวจแบบรู้ผลเร็วเพื่อให้ทราบผลคัดกรองในวันเดียว แล้วส่งต่อเมื่อต้องตรวจยืนยัน
- ชุดตรวจด้วยตนเองจากร้านยา เป็นการคัดกรองที่ทำเองได้ แต่ไม่มีขั้นตรวจยืนยันอยู่ในตัว
ถ้าเรื่องที่กังวลเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน การเลือกที่ที่ตรวจยืนยันต่อได้ในระบบเดียวกันช่วยลดการเดินทางหลายรอบ และถ้าความกังวลหลักคือความเป็นส่วนตัว ให้บอกเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ตอนนัดว่าต้องการช่องทางรับผลแบบใด เรื่องนี้ขอได้และควรได้คำตอบที่ชัดเจนก่อนตรวจ
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจจากน้ำลายกับเจาะเลือด ผลเชื่อถือต่างกันไหม
ทั้งสองแบบเป็นการคัดกรองที่ใช้ได้ ถ้าทำตามคำแนะนำของชุดนั้น สิ่งที่ต่างกันคือตัวอย่างที่เก็บและช่วงเวลาที่ตรวจพบได้ จึงควรถามจุดบริการว่ารุ่นที่ใช้ตรวจพบได้เร็วแค่ไหน
ขอเลือกวิธีตรวจที่ไวที่สุดเองได้ไหม
ขอคุยได้ แต่การเลือกขึ้นกับสิ่งที่หน่วยบริการนั้นมีและเหตุที่เกิดขึ้น บางวิธีเป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีทุกแห่ง
ตรวจเอชไอวีแล้วรู้ปริมาณไวรัสหรือค่าภูมิคุ้มกันด้วยไหม
ไม่รู้ การตรวจสถานะเอชไอวี การตรวจปริมาณไวรัส และการตรวจค่าภูมิคุ้มกัน เป็นการตรวจคนละอย่างและตอบคนละคำถาม
ผลมีปฏิกิริยาจากชุดตรวจที่บ้าน แปลว่ามีเชื้อแน่นอนหรือไม่
ยังไม่แน่นอน ผลนั้นเป็นสัญญาณว่าต้องไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาล ไม่ใช่คำวินิจฉัย และไม่ควรเริ่มยาใด ๆ ด้วยตัวเองจากผลคัดกรอง
ตรวจทุกแบบต้องงดน้ำงดอาหารไหม
การตรวจเอชไอวีไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร ถ้าจุดบริการนัดตรวจรายการอื่นร่วมด้วยจะมีคำแนะนำแยกให้ ให้ถามตอนนัด

สรุป
คำถามว่าตรวจเอชไอวีมีกี่แบบตอบได้ด้วยการดูว่าแต่ละวิธีมองหาอะไร แล้วเทียบกับวันที่เกิดเหตุของตัวเอง
- สามแนวทางหลักคือ ตรวจหาภูมิคุ้มกัน ตรวจหาภูมิคุ้มกันร่วมกับชิ้นส่วนของไวรัส และตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส
- วิธีที่มองหาตัวไวรัสตรวจพบได้เร็วกว่า แต่ไม่ได้มีทุกจุดบริการและมีค่าใช้จ่ายต่างกัน
- ทุกแบบเป็นการคัดกรอง ผลมีปฏิกิริยาต้องเข้าสู่การตรวจยืนยันตามระบบบริการ
- อย่านับวันตรวจจากตัวเลขทั่วไป ให้ถามว่าจุดบริการใช้วิธีไหนและต้องตรวจซ้ำเมื่อไร
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรใช้วิธีไหน โทรถามจุดบริการใกล้บ้านว่ามีการตรวจแบบใดให้บริการ แล้วเล่าวันที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ช่วยเลือก
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ