หนองในเทียม คือ การอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดเชื้อโรค ที่ไม่ใช่หนองในแท้ (Gonococcal Urethritis) สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุของ หนองในเทียมได้แก่ Chlamydia trachomatis เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิง และเพศชาย หลังจากได้รับเชื้อมักจะแสดงอาการภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น

สาเหตุของหนองในเทียม

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลามัยเดียทราโคมาติส (Chlamydia Trachomatis) จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันกับผู้ที่ติดเชื้อ สามารถแพร่เชื้อเชื้อได้หลายทาง เช่น ทางอวัยวะเพศ ทางทวารหนัก ทางปาก หรือแม้กระทั่งทางตา หากมีสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ติดเชื้อกระเด็นใส่ รวมไปถึงการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะตั้งครรภ์

การวินิจฉัยหนองในเทียม

การวินิจฉัยหนองในเทียม จะทำการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่มีการร่วมเพศเพื่อส่งตรวจ การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง สามารถทำได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้

  • การเก็บตัวอย่างเชื้อไปตรวจ (Swap Test) คือการใช้ไม้พันสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งที่บริเวณปากมดลูก ปลายท่อปัสสาวะ ทวารหนัก หรือลำคอ เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ
  • การทดสอบปัสสาวะ (Urine Test) คือการเก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วยไปตรวจ ควรเป็นปัสสาวะที่ทิ้งระยะจากการปัสสาวะครั้งล่าสุด 1-2 ชั่วโมง
Quicky

อาการของหนองในเทียม

อาการหนองในเทียมในผู้ชาย

  • มีอาการอักเสบที่บริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
  • รู้สึกเจ็บหรือแสบที่อวัยวะเพศขณะปัสสาวะ
  • รู้สึกปวดหรือมีการบวมที่ลูกอัณฑะ
  • มีหนองที่บริเวณทวารหนัก มีเลือดไหล 

อาการหนองในในเทียมในผู้หญิง

  • มีตกขาวลักษณะผิดปกติและมีกลิ่นเหม็น
  • รู้สึกเจ็บหรือแสบที่อวัยวะเพศขณะปัสสาวะ
  • รู้สึกคันหรือแสบร้อนบริเวณรอบอวัยวะเพศ
  • รู้สึกเจ็บท้องน้อยเวลามีประจำเดือนหรือขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีหนองที่บริเวณทวารหนัก มีเลือดไหล

การป้องกันหนองในเทียม

  • มีคู่นอนเพียงคนเดียว
  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • หมั่นตรวจสุขภาร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • หากมีอาการที่บ่งชี้ว่ากำลังเป็นหนองในเทียม ควรงดการมีเพศสัมพันธ์และรีบไปพบแพทย์
Love2Test

ภาพการรักษาหนองในเทียมด้วยยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์ พร้อมแนวทางดูแลตัวเอง เช่น งดเพศสัมพันธ์ รักษาความสะอาด ตรวจตามนัด และไม่ซื้อยารับประทานเอง

การรักษาหนองในเทียม

การรักษาหนองในเทียม สามารถรักษาได้โดย การรับประทานยาปฏิชีวนะ เพื่อช่วยรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายของแบคทีเรีย ตัวอย่างกลุ่มยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาหนองในเทียมในประเทศไทย ได้แก่

  • กลุ่มยาเพนิซิลลิน (Penicillins) ได้แก่ อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)
  • กลุ่มยาแมคโครไลด์ (Macrolides) ได้แก่ อะซิโธรมัยซิน (Azithromycin), อิริโทรมัยซิน (Erythromycin)
  • กลุ่มยาเตตราไซคลิน (Tetracyclines)ได้แก่ ดอกซีไซคลิน (Doxycycline), เตตราไซคลิน (Tetracycline)
Quicky

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นหนองในเทียม

  • งดมีเพศสัมพันธ์รวมถึงสำเร็จความใคร่จนกว่าจะรักษาหาย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคหนองใน 
  • ควรพาคู่นอนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ไปตรวจหาเชื้อหนองในให้เร็วที่สุด 
  • ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ และทำให้แห้งอยู่เสมอ 
  • ห้ามใช้ของร่วมกับผู้อื่นเพื่อลดการแพร่เชื้อ 
  • ไม่ควรรีดหนองด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบจนเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 
  • เข้ารับการตรวจตามนัดทุกครั้ง และทำตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด 
  • รีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ
  • ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง 
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม