ไม่สอดใส่เสี่ยงเอชไอวีไหม แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ของกรมควบคุมโรค (ต่อไปเรียกว่าแนวทางของไทย) จัดการจูบแบบปิดปาก และการช่วยผู้อื่นสำเร็จความใคร่โดยไม่มีการแตกของผิวหนัง หรือไม่มีการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยง แต่เขียนว่าการจูบแบบเปิดปากอาจมีความเสี่ยงถ้ามีแผลในปากหรือมีเลือดออกจากเหงือก ส่วนการใช้อุปกรณ์ในการร่วมเพศ ซึ่งผู้เขียนอ่านว่าหมายถึงของเล่นทางเพศ แนวทางเขียนว่าในทางทฤษฎีมีโอกาสติดเชื้อได้แต่น้อยมาก
ถ้าเพิ่งมีเหตุที่ไม่แน่ใจ อย่าใช้บทความนี้ตัดสินเองว่าไม่ต้องไปพบแพทย์ ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) ตามแนวทางของไทยต้องเริ่มโดยเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง และถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
ไม่สอดใส่เสี่ยงเอชไอวีไหม แนวทางของไทยเขียนไว้อย่างไร
หัวข้อเรื่องการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อของแนวทางของไทยเขียนว่า สารคัดหลั่งที่ทำให้ติดเชื้อได้มี เช่น น้ำอสุจิ และสารคัดหลั่งในช่องคลอด ส่วนน้ำมูก น้ำลาย น้ำตา เหงื่อ เสมหะ อาเจียน อุจจาระ และปัสสาวะ โดยทั่วไปถ้าไม่มีเลือดปนให้มองเห็น ถือว่ามีจำนวนเชื้อไม่พอจะถ่ายทอดเชื้อ
องค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนว่าเชื้อส่งต่อได้จากการแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งของผู้มีเชื้อเอชไอวี รวมถึงเลือด น้ำนมแม่ น้ำอสุจิ และสารคัดหลั่งจากช่องคลอด และคนไม่ติดเชื้อจากการสัมผัสในชีวิตประจำวัน เช่น การจูบ การกอด การจับมือ หรือการใช้ของใช้ส่วนตัว อาหาร หรือน้ำร่วมกัน อ่านต่อได้ที่ 3 ปัจจัยของความเสี่ยงต่อการติดเอชไอวี
ใช้มือ ช่วยตัวเองด้วยกัน และจูบ แนวทางจัดไว้ระดับไหน
แนวทางของไทยมีตารางข้อพิจารณาในการให้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ แบ่งการสัมผัสเป็นสามระดับ ระดับที่เรียกว่าการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยงมี เช่น การจูบแบบปิดปาก และการช่วยผู้อื่นสำเร็จความใคร่โดยไม่มีการแตกของผิวหนัง หรือไม่มีการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ข้อการจูบแนวทางกำกับว่าอาจมีความเสี่ยงถ้าเป็นการจูบแบบเปิดปากและมีแผลในปากหรือมีเลือดออกจากเหงือก
เว็บไซต์ HIV Info Hub ของกรมควบคุมโรคจัดการจูบ และการสัมผัสภายนอก เช่น จับมือ หรือสัมผัสน้ำลายหรือน้ำตา ไว้ในพฤติกรรมที่ไม่เสี่ยง ส่วน i-Base องค์กรให้ข้อมูลการรักษาเอชไอวีในสหราชอาณาจักร เขียนว่าผิวหนังเป็นเกราะกันเชื้อที่ดีมาก เว้นแต่มีรอยบาดหรือแผลที่เปิดอยู่ และสารคัดหลั่งทางเพศที่ถูกผิวหนังไม่ทำให้ติดเชื้อ
การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก แนวทางของไทยจัดไว้ในระดับที่ความเสี่ยงต่ำกว่าระดับเสี่ยงสูง ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายรุก และให้แพทย์พิจารณาเรื่องยาเป็นราย ๆ ไป อ่านต่อได้ที่ ออรัลเซ็กส์ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
ผู้เขียนแนะนำว่า ถ้ามือมีแผลที่ยังเปิดอยู่ ให้เลี่ยงสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ปิดแผลไว้ หรือใช้ถุงมือแบบใช้ครั้งเดียว ถ้าสัมผัสไปแล้วให้ไปเล่าให้แพทย์ประเมิน

ของเล่นทางเพศที่ใช้ร่วมกัน เสี่ยงเอชไอวีไหม
แนวทางของไทยมีตารางประมาณความเสี่ยงต่อครั้งเมื่ออีกฝ่ายมีเชื้อ ในตารางใช้คำว่า "การใช้อุปกรณ์ในการร่วมเพศ" ช่องตัวเลขของข้อนี้เขียนว่าไม่มีข้อมูล และมีหมายเหตุว่าในทางทฤษฎีมีโอกาสติดเชื้อได้แต่น้อยมาก ตอนที่แนวทางพิมพ์ในปี 2565 ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อทางนี้ ปัจจัยที่แนวทางระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงคืออีกฝ่ายมีปริมาณเชื้อในเลือดสูง และมีการสัมผัสเลือด
หน้าเรื่องเอชไอวีและเอดส์ของบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) นับการใช้ของเล่นทางเพศร่วมกันเป็นทางหนึ่งที่เชื้อแพร่ได้ โดยกำกับว่าเป็นกรณีที่ผู้มีเชื้อมีปริมาณไวรัสในระดับที่ตรวจพบได้
ผู้เขียนเห็นว่าทางที่ตรงที่สุดคือไม่ใช้ร่วมกัน ส่วนเรื่องการทำความสะอาด ให้ถามเจ้าหน้าที่คลินิก
เทียบให้เห็นภาพ แต่ละกิจกรรมแหล่งข้อมูลเขียนไว้อย่างไร
| กิจกรรม | แหล่งข้อมูลเขียนว่าอย่างไร | สิ่งที่แหล่งกำกับไว้ |
|---|---|---|
| ช่วยผู้อื่นสำเร็จความใคร่ | แนวทางของไทยจัดไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยง | ไม่มีการแตกของผิวหนัง หรือไม่มีการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง |
| จูบ | แนวทางของไทยจัดการจูบแบบปิดปากไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยง | แนวทางเขียนว่าอาจมีความเสี่ยงถ้าจูบแบบเปิดปากและมีแผลในปากหรือมีเลือดออกจากเหงือก |
| ใช้ของเล่นทางเพศร่วมกัน | แนวทางของไทยเขียนว่าในทางทฤษฎีมีโอกาสติดเชื้อได้แต่น้อยมาก ส่วน NHS ของสหราชอาณาจักรนับเป็นทางหนึ่งที่เชื้อแพร่ได้ | NHS กำกับว่าเป็นกรณีที่ผู้มีเชื้อมีปริมาณไวรัสในระดับที่ตรวจพบได้ |
ตารางนี้ไม่ได้มีไว้ให้ตัดสินเองว่าไม่ต้องไปพบแพทย์ ผู้ประเมินคือแพทย์หรือเจ้าหน้าที่

ไม่สอดใส่กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และถ้ายังกังวลควรทำอะไรต่อ
หน้ารวมเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ NHS สหราชอาณาจักรเขียนว่าโรคกลุ่มนี้ส่งต่อกันได้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์หรือจากการสัมผัสทางเพศ ซึ่งผู้เขียนอ่านว่าไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสอดใส่ หน้าเดียวกันเขียนว่าหลายโรคไม่มีอาการ และทางเดียวที่จะรู้แน่คือไปตรวจ
ถ้าเพิ่งมีเหตุที่ไม่แน่ใจ เช่น เลือดหรือสารคัดหลั่งถูกแผลที่เปิดอยู่ หรือมีการสอดใส่โดยไม่ได้ป้องกัน ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ถ้าแพทย์เห็นว่าควรได้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (PEP) แนวทางของไทยให้เริ่มโดยเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง และกินจนครบ 4 สัปดาห์ภายใต้การดูแลของแพทย์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ แนวทางให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ถ้ายังกังวล ให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่คลินิก เรื่องการติดต่อ อาการ การตรวจ และการรักษา อ่านต่อได้ที่หน้า HIV คืออะไร? การติดต่อ อาการ การตรวจ รักษาและ U=U ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
คำถามที่พบบ่อย
น้ำอสุจิกระเด็นถูกแผลเก่าที่ปิดสนิทแล้ว เสี่ยงไหม
i-Base ของสหราชอาณาจักรจัดกรณีสารคัดหลั่งทางเพศถูกแผลที่ปิดสนิทแล้วไว้ในรายการที่ไม่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวี และเขียนว่าแผลต้องเปิดอยู่จึงจะเป็นความเสี่ยง ถ้าแผลยังเปิดอยู่ ให้ไปเล่าให้แพทย์ประเมินโดยเร็วที่สุด
จูบแบบเปิดปาก เสี่ยงเอชไอวีไหม
แนวทางของไทยจัดการจูบแบบปิดปากไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยง และเขียนว่าการจูบแบบเปิดปากอาจมีความเสี่ยงถ้ามีแผลในปากหรือมีเลือดออกจากเหงือก
คู่ของเรากินยาต้านไวรัสและตรวจไม่พบเชื้อ ยังต้องระวังเรื่องนี้ไหม
WHO เขียนว่าผู้มีเชื้อเอชไอวีที่รับยาต้านไวรัสและมีปริมาณไวรัสในระดับที่ตรวจไม่พบ จะไม่ถ่ายทอดเชื้อให้คู่ทางเพศ แนวทางของไทยเรียกหลักนี้ว่า U=U ผลอยู่ในระดับนั้นหรือไม่แพทย์เป็นผู้อ่าน ใครใช้ถุงยางอนามัยหรือเพร็พอยู่ จะเปลี่ยนวิธีป้องกันให้คุยกับแพทย์ก่อน
กิจกรรมที่ไม่มีการสอดใส่ ต้องไปตรวจเอชไอวีด้วยไหม
แหล่งข้อมูลที่ผู้เขียนเปิดอ่านไม่ได้เขียนว่ากิจกรรมแบบนี้ต้องตรวจหรือไม่ต้องตรวจ NHS ของสหราชอาณาจักรเขียนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรคไม่มีอาการ ทางเดียวที่จะรู้แน่คือไปตรวจ ให้ถามเจ้าหน้าที่ว่าควรตรวจอะไรและเมื่อไร
เลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว ยังควรไปพบแพทย์ไหม
ควรไป และไปให้เร็วที่สุด แนวทางของไทยเขียนว่ากรณีสัมผัสเกิน 72 ชั่วโมง เช่น เมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น หรือผู้สัมผัสประสงค์จะรับยาหลังได้รับคำแนะนำแล้ว ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

สรุป
แนวทางของไทยปี 2564/2565 จัดการจูบแบบปิดปาก และการช่วยผู้อื่นสำเร็จความใคร่โดยไม่มีการแตกของผิวหนัง หรือไม่มีการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง ไว้ในกลุ่มการสัมผัสที่ไม่มีความเสี่ยง และกำกับว่าการจูบแบบเปิดปากอาจมีความเสี่ยงถ้ามีแผลในปากหรือมีเลือดออกจากเหงือก
ของเล่นทางเพศ แนวทางของไทยเขียนว่าในทางทฤษฎีมีโอกาสติดเชื้อได้แต่น้อยมาก ส่วน NHS ของสหราชอาณาจักรนับการใช้ร่วมกันเป็นทางแพร่เชื้อเมื่อผู้มีเชื้อมีปริมาณไวรัสในระดับที่ตรวจพบได้ และเขียนว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่งต่อได้จากการสัมผัสทางเพศ
ถ้าเพิ่งมีเหตุที่ไม่แน่ใจ อย่าตัดสินเอง ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อตามแนวทางของไทยต้องเริ่มโดยเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง และถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค เรื่องการป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ
- HIV Info Hub กรมควบคุมโรค — แบบไหนเสี่ยง เรื่องพฤติกรรมที่เสี่ยงและไม่เสี่ยง
- World Health Organization — HIV and AIDS (ปรับปรุง 27 ก.ค. 2026)
- NHS — HIV and AIDS
- NHS — Sexually transmitted infections (STIs)
- HIV i-Base — Ways that HIV is not transmitted (ปรับปรุง 1 มิ.ย. 2021)
