หนองใน เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่พบมากที่สุดทั่วโลก มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหลายล้านคนต่อปี การติดเชื้อมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถติดเชื้อในที่อื่นๆได้ เช่น ทวารหนัก ลำคอ หนองในอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ภาวะมีบุตรยาก ตั้งครรภ์นอกมดลูก และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี ในบทความนี้ เราจะศึกษาอาการ การรักษา และการป้องกันหนองใน โดยเข้าใจลักษณะของการติดเชื้อนี้ ผลที่อาจเกิดขึ้นได้ และวิธีป้องกันตัวเอง

หนองในมีกี่ประเภท

หนองในสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ หนองในแท้ และ หนองในเทียม

  • หนองในแท้ เกิดจาก : เชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ระยะฟักตัว : 1-10 วัน
  • หนองในเทียม เกิดจาก : เชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ระยะฟักตัว : 10 วันขึ้นไป

หนองในสาเหตุเกิดจากอะไร

หนองใน สาเหตุเกิดจาก อะไร

หนองในมีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae โดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุท่อปัสสาวะในผู้ชาย และทางปากมดลูกและท่อปัสสาวะของผู้หญิง ระยะฟักตัว 1 – 10 วัน แต่ที่พบบ่อยคือ 3 – 5 วัน ติดต่อกันผ่านทางเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางปาก ช่องคลอดหรือทางทวารหนัก

Quicky

การวินิจฉัยหนองใน

หนองในสามารถวินิจฉัยได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่จะใช้สำลีป้ายเก็บตัวอย่างเชื้อจากบริเวณที่อาจมีการติดเชื้อเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การเก็บตัวอย่างนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยหนองใน เพศชายและเพศหญิง อาจมีข้อแตกต่างกัน คือ

  • เพศชาย มักใช้การตรวจปัสสาวะ หรือเก็บตัวอย่างจากของเหลวที่ถูกขับออกมาจากปลายอวัยวะเพศ
  • เพศหญิง มักใช้การเก็บตัวอย่างจากช่องคลอดหรือปากมดลูก หรือบางกรณีก็อาจมีการเก็บตัวอย่างจากบริเวณท่อปัสสาวะด้วย

อาการหนองใน

หนองใน มีอาการหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหรืออวัยวะที่มีการติดเชื้อ เช่น ท่อปัสสาวะ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์  และทวารหนัก เมื่อมีอาการเกิดขึ้นแลัว มักแสดงออกภายใน 1-14 วัน หลังจากรับเชื้อ อาการที่พบบ่อยของหนองในทั้งผู้ชายและผู้หญิง ได้แก่

  • มีตกขาวมากผิดปกติ
  • เลือดออกทางช่องคลอด
  • คันบริเวณปากช่องคลอด
  • มีสารคัดหลั่ง (discharge) ออกมาทางทวารหนัก
  • เจ็บเวลาปัสสาวะหรือขับถ่าย
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีสารคัดหลั่งสีขาวข้นออกมาทางอวัยวะเพศ
  • ลูกอัณฑะบวม
Love2Test

ภาวะแทรกซ้อนหนองใน

  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะมีบุตรยาก
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • การอักเสบของลูกอัณฑะ อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในชาย

หนองในป้องกันได้อย่างไร

หนองใน ป้องกันได้ อย่างไร
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ 
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยหนองใน
  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศอยู่เสมอ 
  • หมั่นตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง
Quicky

การรักษาหนองใน

หนองในสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 95 ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด โดยแพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ Azithromycin Cefixime Ceftriaxone Gentamicin เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา หลังจากการรักษา 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรไปตามการนัดหมายของแพทย์ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจดูอีกครั้งให้แน่ใจว่าเชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดออกไปจนหมด และเป็นการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อขึ้นอีกครั้งหรือเกิดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม

หนองใน เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถก่อให้เกิดอาการ และภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะดีกว่าไหมหากเรารู้จักป้องกันไว้ก่อนเกิดโรค ด้วยวิธีง่ายๆโดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และหมั่นตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ