สรุปสำคัญ
- เลือกวิธีป้องกัน HIV ตามเหตุหรือช่องทางสัมผัส ไม่ตัดสินจากเพศ อัตลักษณ์ อาชีพ หรือจำนวนคู่นอน
- การตรวจ ถุงยาง PrEP อุปกรณ์ฉีดที่ปลอดเชื้อ และการรักษาต่อเนื่องเป็นทางเลือกที่ใช้ร่วมกันได้ตามสถานการณ์
- หากเหตุสัมผัสเกิดแล้ว ให้รับการประเมิน PEP เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง ไม่รอให้มีอาการ
การป้องกันเอชไอวี หรือป้องกันเอดส์นั้น สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อไวรัสเอชไอวีที่เป็นสาเหตุของโรคด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
การใช้ถุงยางอนามัย
เนื่องจากถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้ แต่ต้องใช้อย่างถูกวิธี ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ทั้งเพศสัมพันธ์แบบชายกับหญิงหรือชายกับชาย ไม่ใช้ถุงยางอนามัยซ้ำ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ทำกิจกรรมทางเพศร่วมกับผู้อื่น ใช้สารหล่อลื่นประกอบกิจกรรมทางเพศเพื่อลดแรงเสียดทานซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดบาดแผลมีเลือดออก หรือการฉีกขาดของถุงยางอนามัย

การใช้ยาเพร็พ PrEP
PrEP คือการป้องกัน HIV ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV มีรูปแบบใช้ต่างกันตามชนิดยาและสถานการณ์ ให้ผู้ให้บริการตรวจและวางแผนก่อนเริ่ม ไม่เลือกตารางหรือจำนวนยาจากบทความเอง
ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น หรือมีการเปลี่ยนเข็มฉีดยาใหม่ทุกครั้งที่ใช้งาน

การใช้ยาเป๊ป (PEP) ยาต้านไวรัส HIV แบบฉุกเฉิน
ยาเป๊ป (PEP) ก็คือ Post-Exposure Prophylaxis เป็นยาต้านไวรัส HIV หลังผ่านการสัมผัสเชื้อมาแล้ว จึงเรียกกันว่า เป็นยาต้านไวรัส HIV แบบฉุกเฉิน ในสูตรยาจะประกอบไปด้วยยาต้านไวรัสประมาณ 3 ชนิด หากใครมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจำเป็นต้องทานยาเป๊ป (PEP) เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง ก็ยังต้องทานยาเป๊ปต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลา 28 วันตามแผนของผู้ให้บริการ โดยตรวจตั้งต้นและตรวจติดตามตามแนวทางที่หน่วยบริการใช้ ไม่รอผลตรวจจนพ้นช่วงเริ่ม PEP และไม่ใช้กำหนดนัดเดิมแทนแผนเฉพาะบุคคล
หากเรามีความเสี่ยง หรือเปลี่ยนคู่นอนก็ควรจะต้องมีการเรียนรู้ที่จะป้องกัน และตรวจเอชไอวีเป็นประจำทุกปีหรือหลังมีความเสี่ยง
คำถามที่พบบ่อย
ควรนำข้อมูลอะไรไปคุยกับทีมดูแล
เตรียมผลตรวจ รายการยา ประวัติแพ้ยา และคำถามที่กังวล เพื่อให้ผู้ให้บริการประเมินตามสถานการณ์ของตน
ปรับแผนดูแลจากบทความเองได้ไหม
บทความให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการประเมินเฉพาะบุคคล คุยกับผู้ให้บริการก่อนเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยา
มีอาการรุนแรงควรทำอย่างไร
รับการประเมินเร่งด่วน ไม่รออ่านข้อมูลออนไลน์ หากใช้ยาอยู่ให้แจ้งชนิดยาและเวลาที่เริ่มมีอาการ

แหล่งอ้างอิงประกอบการปรับปรุง
ไม่ควรซื้อยา เริ่มยา หยุดยา เปลี่ยนยา หรือปรับขนาดยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อวางแผนตามสถานการณ์ของตน
ปรับปรุงเนื้อหา: 8 ตุลาคม 2569