หนองใน : อาการ การรักษา และการป้องกัน

มิถุนายน 12, 2023
Written By HIV Team

หนองใน อาการ การรักษา และการป้องกัน

หนองใน เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่พบมากที่สุดทั่วโลก มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหลายล้านคนต่อปี การติดเชื้อมักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็สามารถติดเชื้อในที่อื่นๆได้ เช่น ทวารหนัก ลำคอ หนองในอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ภาวะมีบุตรยาก ตั้งครรภ์นอกมดลูก และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี ในบทความนี้ เราจะศึกษาอาการ การรักษา และการป้องกันหนองใน โดยเข้าใจลักษณะของการติดเชื้อนี้ ผลที่อาจเกิดขึ้นได้ และวิธีป้องกันตัวเอง

หนองในมีกี่ประเภท

หนองในสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ หนองในแท้ และ หนองในเทียม

Love2test
  • หนองในแท้ เกิดจาก : เชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ระยะฟักตัว : 1-10 วัน
  • หนองในเทียม เกิดจาก : เชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis ระยะฟักตัว : 10 วันขึ้นไป

หนองในสาเหตุเกิดจากอะไร

หนองใน สาเหตุเกิดจาก อะไร

หนองในมีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae โดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุท่อปัสสาวะในผู้ชาย และทางปากมดลูกและท่อปัสสาวะของผู้หญิง ระยะฟักตัว 1 – 10 วัน แต่ที่พบบ่อยคือ 3 – 5 วัน ติดต่อกันผ่านทางเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางปาก ช่องคลอดหรือทางทวารหนัก

การวินิจฉัยหนองใน

หนองในสามารถวินิจฉัยได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่จะใช้สำลีป้ายเก็บตัวอย่างเชื้อจากบริเวณที่อาจมีการติดเชื้อเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การเก็บตัวอย่างนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยหนองใน เพศชายและเพศหญิง อาจมีข้อแตกต่างกัน คือ

  • เพศชาย มักใช้การตรวจปัสสาวะ หรือเก็บตัวอย่างจากของเหลวที่ถูกขับออกมาจากปลายอวัยวะเพศ
  • เพศหญิง มักใช้การเก็บตัวอย่างจากช่องคลอดหรือปากมดลูก หรือบางกรณีก็อาจมีการเก็บตัวอย่างจากบริเวณท่อปัสสาวะด้วย

อาการหนองใน

หนองใน มีอาการหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหรืออวัยวะที่มีการติดเชื้อ เช่น ท่อปัสสาวะ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์  และทวารหนัก เมื่อมีอาการเกิดขึ้นแลัว มักแสดงออกภายใน 1-14 วัน หลังจากรับเชื้อ อาการที่พบบ่อยของหนองในทั้งผู้ชายและผู้หญิง ได้แก่

  • มีตกขาวมากผิดปกติ
  • เลือดออกทางช่องคลอด
  • คันบริเวณปากช่องคลอด
  • มีสารคัดหลั่ง (discharge) ออกมาทางทวารหนัก
  • เจ็บเวลาปัสสาวะหรือขับถ่าย
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีสารคัดหลั่งสีขาวข้นออกมาทางอวัยวะเพศ
  • ลูกอัณฑะบวม

ภาวะแทรกซ้อนหนองใน

  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้น
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะมีบุตรยาก
  • มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • การอักเสบของลูกอัณฑะ อาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในชาย

หนองในป้องกันได้อย่างไร

หนองใน ป้องกันได้ อย่างไร
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ 
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยหนองใน
  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศอยู่เสมอ 
  • หมั่นตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง

การรักษาหนองใน

หนองในสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าร้อยละ 95 ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด โดยแพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ Azithromycin Cefixime Ceftriaxone Gentamicin เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา หลังจากการรักษา 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยควรไปตามการนัดหมายของแพทย์ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจดูอีกครั้งให้แน่ใจว่าเชื้อแบคทีเรียถูกกำจัดออกไปจนหมด และเป็นการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อขึ้นอีกครั้งหรือเกิดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม

หนองใน เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถก่อให้เกิดอาการ และภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะดีกว่าไหมหากเรารู้จักป้องกันไว้ก่อนเกิดโรค ด้วยวิธีง่ายๆโดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และหมั่นตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ

แชร์และบอกต่อ