เริมที่ปาก..รักษาได้(แต่ไม่หายขาด)

พฤศจิกายน 29, 2022
Written By HIV Team

เริมที่ปาก..รักษาได้(แต่ไม่หายขาด)

“เริมที่ปาก” เกิดจากเชื้อไวรัส (Herpes simplex virus : HSV) เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย มีลักษณะเป็นตุ่มใสเล็ก ๆ มักขึ้นบริเวณริมฝีปาก ใครเป็นก็จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน บางคนถึงขนาดมีไข้ร่วมด้วย เริมที่ปากสามารถหายได้เอง แต่มักกำเริบซ้ำและเป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมักมีอาการกำเริบได้บ่อย

อาการ เริมที่ปาก

  • เป็นแผลบวมแดง
  • มีตุ่มพองมีน้ำใส ๆ
  • รู้สึกคัน ขึ้นบริเวณริมฝีปาก หรือในช่องปาก
  • มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว
  • มีอาการปวดหรืออักเสบ บริเวณแผล
เริมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด

เริมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

Herpes simplex virus-1 (HSV-1)

ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดการติดเชื้อ บริเวณปาก ริมฝีปาก ใบหน้า ช่องปาก สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การโดนแผล ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน การรับประทานอาหารร่วมกัน การจูบ การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

Herpes simplex virus-2 (HSV-2)

ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณ อวัยวะเพศ เกิดได้ทั้งชายและหญิง เช่น ถุงอัณฑะ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรง

Love2test

การวินิจฉัย เริมที่ปาก

เริมที่ปาก สามารถวินิจฉัยด้วยการตรวจโดยแพทย์ แต่ถ้าหากแพทย์ไม่แน่ใจว่าใช่อาการของเริมหรือไม่แพทย์ก็อาจจะมีการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่ม เช่น การตรวจเลือด การเพาะเชื้อ เนื่องจากอาการของเริมนั้นค่อนข้างคล้ายกับโรคอื่น ๆ อาทิ โรคงูสวัด แผลร้อนใน การติดเชื้อแบคทีเรีย

การรักษาเริมที่ปาก

ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีน ในการรักษาเริมให้หายขาด โดยการรักษาหลักๆ ทำได้เพียงลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และช่วยลดความรุนแรงของอาการโดย ใช้ยาอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) หรือยาวาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) “เริมที่ปาก” มักหายได้เองและไม่ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง หากอาการมีความรุนแรง และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ อาการกลับมาเกิดซ้ำบ่อยๆ แนะนำให้ควรไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันเริมที่ปาก

  • ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
  • ดูแลสุขอนามัยพื้นฐานล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยทั้งการใช้สิ่งของร่วมกัน การรับประทานอาหารร่วมกัน การดื่มน้ำร่วมกัน และการมีเพศสัมพันธ์กัน
ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็น เริมที่ปาก

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็น เริมที่ปาก

  • ทายาที่แผลอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการถูแผล
  • ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งทั้งก่อนและหลังทายา
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หมั่นทาริมฝีปากด้วยลิปบาล์มเพื่อป้องกันอาการปากแห้ง ปากแตก
  • หลีกเลี่ยงการเกาหรือบีบตุ่มแผล เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อและการติดเชื้ออื่น ๆ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ด อาหารที่มีรสเค็ม และอาหารที่มีความเป็นกรดสูง
  • รับประทานยาแก้ปวดลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล หรือยาไอบูโพรเฟนหากมีไข้ขึ้นหรือรู้สึกปวดแผล

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระตุ้นทำให้เกิดเริมที่ปากซ้ำ

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โดนแสงแดดเป็นเวลานาน
  • ความเครียด หรือภาวะทางอารมณ์
  • การผ่าตัดที่กระทบต่อเส้นประสาท
  • การรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

แชร์และบอกต่อ